ท้องถิ่น · การตลาดConversion · Conversion rate · การทดสอบ A/B
Conversion · อัตรา Conversion
Conversion คือการที่ลูกค้าที่เข้ามาทำการกระทำที่เราต้องการ อย่างการจอง · การติดต่อ · การโทร
คือจังหวะที่คนที่เดินผ่านหน้าร้านเข้ามาแล้วสั่งซื้อจริง
รายละเอียดเพิ่มเติม
อัตรา Conversion คือ “จำนวน Conversion ÷ จำนวนผู้เข้าชม” มา 100 คนจอง 1 คนคือ 1% มา 50 คนจอง 5 คนคือ 10% Conversion เป็นตัวเลขที่ใกล้ยอดขายมากกว่าจำนวนผู้เข้าชม
ตำแหน่ง · ข้อความบนปุ่ม · ความเร็วหน้าจอมือถือ · จำนวนขั้นตอนการจอง มีผลต่อ Conversion มาก
วิธีแบ่งแสดงสองเวอร์ชันให้ลูกค้าแล้วเปรียบเทียบว่าแบบไหนได้ Conversion มากกว่า เรียกว่า A/B Testing ต้องมีผู้เข้าชมมากพอจึงจะได้ผลที่มีความหมาย ร้านเล็กจึงเปลี่ยนทีละอย่างแล้วเทียบก่อนและหลังจะเป็นจริงกว่า
Conversion ของร้านเรากำหนดจากอะไร
แค่กำหนดการกระทำของลูกค้าที่ใกล้ยอดขายที่สุดหนึ่งอย่างเป็น “Conversion หลัก” ถ้าเป็นร้านที่รับจอง ก็คือการจองเสร็จ ถ้าเป็นสถาบันกวดวิชาที่ต้องปรึกษาก่อน ก็คือการขอรับคำปรึกษา
การกระทำในขั้นก่อนหน้า ให้นับแยกเป็น “การกระทำรอง” ถ้าการกระทำรองมีเยอะแต่ Conversion หลักน้อย แปลว่าลูกค้าหยุดอยู่ที่ไหนสักแห่งในระหว่างนั้น จึงหาจุดที่ต้องแก้ได้ง่ายขึ้น
เวลากำหนด Conversion ให้พิจารณาด้วยว่าเป็นการกระทำที่นับได้จริงไหม ถ้ารับจองผ่านบริการภายนอกจนนับหน้าจองเสร็จไม่ได้ ให้เริ่มจากตั้งการคลิกปุ่มจองเป็น Conversion ชั่วคราว แล้วดูคู่กับประวัติการจองของร้าน
Conversion หลักเปลี่ยนไปตามร้านที่เปลี่ยน เช่น สถาบันกวดวิชาที่เคยตั้งการขอรับคำปรึกษาเป็น Conversion หลัก ถ้าเปิดชำระเงินออนไลน์ ตั้งแต่นั้นก็ใช้การชำระเงินเสร็จเป็น Conversion หลักแทน
ปัดตารางไปด้านข้างเพื่อดูเพิ่ม
| ธุรกิจ | Conversion หลัก | การกระทำรอง |
|---|---|---|
| ร้านทำผม | การจองเสร็จ | ดูตารางราคา · ดูแนะนำช่างผม |
| สถาบันกวดวิชา | ส่งฟอร์มขอรับคำปรึกษา | ดูตารางเรียน · กดปุ่มโทร |
| ร้านงานฝีมือ | สมัครคลาสเสร็จ | ดูตารางคลาส · ทักถามทาง KakaoTalk |
| คาเฟ่ | สอบถามสั่งแบบกลุ่ม | ดูเมนู · กดนำทาง |
วัด Conversion อย่างไร
ตั้งเป็นเหตุการณ์ให้เครื่องมือวิเคราะห์รู้สัญญาณว่าลูกค้าทำการกระทำนั้นเสร็จแล้ว แล้วทำเครื่องหมายเหตุการณ์นั้นเป็นเหตุการณ์สำคัญใน GA4 GA4 ใช้ชื่อนี้ว่า “เหตุการณ์สำคัญ (Key event)” (หน้าจอภาษาเกาหลีใช้คำว่าเหตุการณ์หลัก) ส่วนเครื่องมือโฆษณาอย่าง Google Ads ยังเรียกว่า “Conversion”
สำหรับร้านเล็ก เหตุการณ์สำคัญมี Conversion หลักหนึ่งอย่างกับการกระทำรอง 1–2 อย่างก็พอ ถ้ากำหนดเยอะเกินไป กลับไม่ชัดว่าตัวเลขไหนสำคัญ
วันที่เปลี่ยนการตั้งค่าต้องบันทึกไว้เสมอ ถ้าตัวเลขเพิ่มหรือลดกะทันหันนับจากวันนั้น อาจไม่ใช่พฤติกรรมลูกค้าเปลี่ยน แต่เป็นวิธีวัดที่เปลี่ยน
- 01กำหนดจังหวะที่ Conversion หลักเสร็จสิ้น เช่น เมื่อหน้าจองเสร็จเปิดขึ้น เมื่อกดปุ่มส่งฟอร์มติดต่อ
- 02ตั้งค่าให้บันทึกเหตุการณ์ในจังหวะนั้น ถ้าเป็นการติดต่อ · ขอคำปรึกษา ใช้ชื่อเหตุการณ์ที่ Google แนะนำคือ generate_lead ได้
- 03ในรายการเหตุการณ์ของหน้าผู้ดูแล GA4 ทำเครื่องหมายเหตุการณ์นั้นเป็นเหตุการณ์สำคัญ
- 04ลองจองหรือติดต่อเองสักครั้ง แล้วตรวจว่ารายงานเรียลไทม์จับได้ไหม
- 05ถ้าลงโฆษณา ให้เชื่อมการกระทำเดียวกันเป็น Conversion ในแพลตฟอร์มโฆษณาด้วย
- 06บันทึกวันที่ตั้งค่า และใช้ตัวเลข 2–4 สัปดาห์หลังจากนั้นเป็น “ค่าฐาน”
Conversion ที่เกิดนอกเว็บไซต์ อย่างการโทรหรือทักถามทาง KakaoTalk นับอย่างไร
บนเว็บไซต์นับได้แค่ “จำนวนครั้งที่กดปุ่มโทร” เครื่องมือวิเคราะห์ไม่รู้ว่าโทรติดจริงไหม หรือหลังโทรแล้วจองไหม
จึงให้มองการคลิกปุ่มเป็น “สัญญาณความสนใจ” แล้วเทียบการจองจริงกับบันทึกฝั่งร้าน ถ้าเพิ่มช่องในสมุดจองสำหรับช่องทางที่ลูกค้ารู้จัก เช่น “เว็บไซต์ · แผนที่ · Instagram · คนรู้จัก” ผ่านไปไม่กี่สัปดาห์ก็จะเห็นแนวโน้มคร่าว ๆ
ร้านงานฝีมือเขียนในข้อมูลคลาสเฉพาะเว็บไซต์ว่าให้บอกว่า “ดูจากเว็บไซต์มา” ก็เป็นอีกวิธี แม้ตัวเลขไม่สมบูรณ์ แต่ช่วยการตัดสินใจได้มากกว่าการไม่รู้เลย
ถ้ารับคำถามทาง KakaoTalk Channel ให้ดูสถิติในหน้าจัดการช่องทางไปด้วย ถ้าวางเทียบกับจำนวนคลิกปุ่ม KakaoTalk บนเว็บไซต์ ก็พอรู้ว่าในลูกค้าที่กดปุ่ม มีกี่คนที่ทักมาจริง
คำนวณมูลค่าของ Conversion หนึ่งครั้งอย่างไร
ถ้าคำนวณคร่าว ๆ ไว้ว่า Conversion หนึ่งครั้งนำไปสู่ยอดขายเฉลี่ยเท่าไร ก็ตัดสินได้ง่ายขึ้นว่าใช้เงินกับค่าโฆษณาหรือการปรับปรุงเว็บไซต์ได้เท่าไร ค่าประมาณที่อิงจากบันทึกของร้านก็พอ ไม่ต้องแม่นยำ
เช่น ถ้าบันทึกของสตูดิโอพิลาทิสแห่งหนึ่งพบว่า การจองทดลองเรียน 10 ครั้ง กลายเป็นการลงทะเบียนจริง 3 ครั้ง และการลงทะเบียนหนึ่งครั้งมียอดชำระเฉลี่ยจำนวนหนึ่ง ก็มองได้ว่า “การจองทดลองเรียน 1 ครั้ง = ยอดขายจากการลงทะเบียน × 0.3” ตัวเลขนี้เป็นเพียงตัวอย่าง สัดส่วนต่างกันในแต่ละร้าน จึงต้องคำนวณจากบันทึกของร้านเราเสมอ
ค่าที่ได้ใช้เทียบกับต้นทุนโฆษณาต่อครั้ง ถ้าค่าโฆษณาที่ใช้เพื่อได้การจองทดลองเรียน 1 ครั้งสูงกว่าค่านี้ ถึงเวลาทบทวนกลุ่มเป้าหมายโฆษณาหรือหน้าปลายทาง
แม้ไม่ได้ลงโฆษณา การคำนวณนี้ก็มีประโยชน์ เพราะประเมินได้ว่าค่าปรับปรุงเว็บไซต์หรือค่าถ่ายรูป จะคืนทุนได้ด้วย Conversion กี่ครั้ง
อยากเพิ่ม Conversion ควรแก้อะไรก่อน
ลำดับที่ถูกคือหาจุดที่ลูกค้าหยุดก่อน แล้วแก้ปัญหาที่อยู่ข้างหน้าสุดก่อน ถ้าวางตัวเลขการกระทำรองกับ Conversion หลักไว้เทียบกัน จะเห็นว่าลดลงที่ตรงไหน
ถ้าเปลี่ยนหลายที่พร้อมกัน จะไม่รู้ว่าอะไรได้ผล ถ้าเป็นร้านทำผม เดือนนี้ย้ายตารางราคาไปไว้ข้างปุ่มจอง เดือนหน้าลดช่องในฟอร์มจอง เปลี่ยนทีละอย่างแบบนี้
เวลาเลือกจุดที่จะแก้ การถามลูกค้าโดยตรงก็เป็นวิธีที่ดี แค่ถามลูกค้าที่มาปรึกษาว่า “มีอะไรที่หาบนเว็บไซต์ยากไหม” บางครั้งก็ได้คำตอบเร็วกว่าตัวเลข
หลังแก้ ให้เทียบในช่วงเวลาที่ยาวเท่ากัน เช่น 4 สัปดาห์ก่อนแก้กับ 4 สัปดาห์หลังแก้ และถ้าระหว่างนั้นมีวันหยุดหรือกิจกรรม ให้จดไว้ด้วย จะได้ไม่เข้าใจผลผิด
- บนมือถือ หน้าจอแรกไม่ขึ้นช้า และเห็นปุ่มจอง · ติดต่อทันทีไหม
- ข้อมูลที่ใช้ตัดสินใจอย่างราคา · ที่ตั้ง · เวลาเปิด อยู่ใกล้ปุ่มจองไหม
- ฟอร์มจองถามข้อมูลที่ไม่จำเป็นอยู่ไหม
- เห็นหลักฐานที่ทำให้วางใจได้ อย่างรีวิว · รูปผลงาน · แนะนำเจ้าของร้านไหม
- หลังจองเสร็จ มีข้อความยืนยันและข้อมูลการเดินทางขึ้นทันทีไหม
ความผิดพลาดที่พบบ่อยเวลาดูตัวเลข Conversion มีอะไรบ้าง
ความผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดคือเข้าใจผิดว่า “คลิกปุ่มจอง” คือ “จองเสร็จ” ลูกค้าจำนวนมากกดปุ่มแล้วออกจากหน้าจองไปเลย สองตัวเลขนี้จึงอาจต่างกันมาก
ระวังการดูแค่อัตรา Conversion จนลืมจำนวนผู้เข้าชมด้วย ถ้าการเข้าชมลดลงครึ่งหนึ่งแต่อัตรา Conversion สูงขึ้น จำนวนการจองจริงอาจลดลงด้วยซ้ำ
หลีกเลี่ยงการเปลี่ยนเว็บไซต์ทั้งหมดทันทีในเดือนที่ตัวเลขออกมาไม่ดี ตัวเลขเดือนเดียวมักแกว่งตามความบังเอิญอย่างสภาพอากาศ · วันหยุด · กิจกรรม จึงควรดูแนวโน้มอย่างน้อย 2–3 เดือนก่อนตัดสินใจ
- นับซ้ำ ที่ทุกครั้งที่รีเฟรชหน้าจองเสร็จ Conversion จะถูกนับเพิ่มอีกหนึ่งครั้ง
- เทียบก่อนและหลังโดยไม่คำนึงถึงความต่างตามฤดูกาล เช่น ช่วงปิดเทอมของสถาบันกวดวิชา · ช่วงหน้าร้อนที่คาเฟ่ขายดี
- ตีความการเปลี่ยนแปลงอัตรา Conversion ในเดือนที่มีผู้เข้าชมน้อย (เช่น จาก 2% เป็น 4%) ว่าเป็นผลงานใหญ่
- กำหนดเหตุการณ์สำคัญเยอะเกินไป จนตัวเลขที่สำคัญจริงจมหายไป
- ไม่ได้จดวันที่แก้เว็บไซต์ จนไม่รู้ว่าอะไรได้ผล
ตัวอย่างเช่น
- พิลาทิส: เปลี่ยนปุ่ม “ขอรับคำปรึกษา” เป็น “จองคลาสทดลองฟรี” แล้วเทียบจำนวนการสมัครก่อนและหลัง 1 เดือน
- ร้านอาหาร: ลดช่องกรอกในฟอร์มจองจาก 8 ช่องเหลือ 4 ช่อง
ตรวจแค่นี้ก็พอ
- กำหนดแล้วหรือยังว่า Conversion ของเว็บไซต์เราคืออะไร (จอง · โทร · ติดต่อ)
- ตั้งค่าการนับ Conversion (เหตุการณ์ในเครื่องมือวิเคราะห์) ไว้หรือยัง
- เปลี่ยนทีละอย่างแล้วเทียบผลไหม
ธุรกิจของเราต้องใช้ไหม
ถ้าอยากสร้างยอดขายจากเว็บไซต์ เป็นตัวเลขที่ต้องดูเสมอ
ที่ ISSYMO
เราออกแบบให้เห็นการจอง · การติดต่อทันทีที่หน้าจอแรกและท้ายหน้า ด้วยตัวเลือก “แดชบอร์ดสถิติผู้เข้าชม” จะดูช่องทางที่มา · Conversion จากการติดต่อในหน้าผู้ดูแลได้ (Standard มีเป็นพื้นฐาน) จะนับอะไรเป็น Conversion ค่อยตกลงกันในการประชุม
คำถามที่พบบ่อย
แหล่งอ้างอิง
แก้ไขล่าสุด